ทำไมต้องมาร่วมงาน

สร้างโอกาสใหม่ จับเทรนด์ธุรกิจในอาเซียน กับเส้นทางสายไหม

การริเริ่มโครงการ“ One Belt One Road” ของประเทศจีน เป็นวิธีการที่จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน โดยเชื่อมโยงประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลางและยุโรปเข้าด้วยกัน ซึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา พม่า ลาว บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้ร่วมกันกลายเป็นตลาดระดับภูมิภาคขนาดใหญ่และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชากรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อสูงขึ้น และความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น

  • อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย มี GDP รวมกันกว่า 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปีพ.ศ. 2559 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่ากว่า 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปีพ.ศ. 2563 และจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกในปีพ.ศ. 2573
  • มีประชากรราว 640 ล้านคน ซึ่งอาเซียนเป็นกลุ่มตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดีย คาดการณ์ว่ากลุ่มชนชั้นกลางจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 190 ล้านคนในปีพ.ศ. 2555 เป็น 400 ล้านคนในปีพ.ศ. 2563
  • ยอดรวมการค้าขายของอาเซียนในปีพ.ศ. 2559 อยู่ที่ 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดเกือบ 24% การส่งออกและนำเข้าสินค้าของอาเซียนเพิ่มขึ้นที่ 7.2% และ 6.6% ตามลำดับในปีพ.ศ. 2559
  • อาเซียนเป็นตลาดนำเข้าที่สำคัญสำหรับประเทศจีนและหลายประเทศทั่วโลก จีนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียนโดยมีมูลค่าการค้ารวม 368 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีพ.ศ. 2559

สร้างโอกาสใหม่ จับเทรนด์ธุรกิจในอาเซียน สู่เส้นทางสายไหม

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบอย่างดี มีสไตล์ และมีคุณภาพสูงเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตในอาเซียนและเอเชียซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าต่างพัฒนารูปแบบสินค้าและนวัตกรรมให้การใช้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและยอดขาย รวมถึงการขยายตลาดในแถบภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติอีกด้วย มหกรรมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ล่าสุดในประเทศไทย อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในการจับภาพโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ผลิต (Suppliers) และผู้ซื้อ (Buyers) จากนานาชาติ